"ง่วนสูน" เป็นภาษาจีนแต้จิ๋วแปลว่า "ก้าวหน้าไปทีละขั้น" และยังเป็นชื่อแบรนด์พริกไทยป่นและเครื่องเทศกว่า 200 ชนิด และส่งออกไปกว่า 20 ประเทศทั่วโลก

เรียกชื่อ "ง่วนสูน" อาจจะยังไม่คุ้น แต่หากบอกว่า "พริกไทยตรามือ" น่าจะมีน้อยคนที่ไม่รู้จัก และในขณะเดียวกันน่าจะมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่า แบรนด์นี้มีจุดเริ่มจากเสื่อผืนหมอนใบ  โดยเริ่มจากชาวจีนโพ้นทะเลที่มาตั้งถิ่นฐานในแดนสยามและค่อยๆทำมาค้าขายในย่านเยาวราช และขยับขยายจนมีโรงงานเป็นของตัวเอง

อาจจะเหมือนเรื่องราว ธุรกิจของไทยเชื้อสายจีนที่ประสบความสำเร็จทั่วไปๆ  แต่สิ่งที่น่าสนใจคือวิสัยทัศน์ที่บริษัทตั้งไว้แต่แรกว่า สินค้าพริกไทยและเครื่องเทศนี้ จะส่งออกไปขายต่างประเทศให้ได้

พอเริ่มเห็นลู่ทางจากตลาดคนไทยที่ไปทำงานที่ต่างประเทศ  ก็ค่อยๆขยายตลาดและเริ่มยกระดับมาตรฐานสินค้าและโรงงาน เช่นพัฒนาแผนก Lab และ R&D และปรับโรงงานให้ได้มาตรฐานสากล  จนในปัจจุบัน ถือว่าการส่งออกเป็นเรื่องปกติ โดยมีสินค้ากว่า 200 ชนิด ซึ่งนอกจากเครื่องเทศแล้วยังมีผงปรุงสำเร็จรูปเช่น ผงแกงเลียง ผงผัดซีอิ๊ว ผงหมูปิ้ง ผงแกงเขียวหวาน

นอกจากตลาดอเมริกาและยุโรป ตลาดที่สำคัญในการส่งออกที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่เพราะคนจีนเริ่มรู้จักและนิยมบริโภคอาหารไทยมากขึ้นจากการได้เดินทางมาเมืองไทย  เป็นที่มาของร้านอาหารไทยในจีนที่เปิดมากขึ้นเรื่อยๆ และแน่นอนว่ามีความต้องการของเครื่องปรุงอาหารไทยมากขึ้นตามไปด้วย กลยุทธ์ที่ง่วนสูนใช้ คือตั้งบริษัทเทรดเดอรเพื่อนำเข้าสินค้าของตัวเองจากไทย และตั้งโกดังที่ในอีกเมืองเพื่อกระจายสินค้า

แต่นอกจากการขายสินค้า เครื่องเทศ เครื่องปรุงรสอาหารไทยแล้ว ยังพบว่าธุรกิจอาหารไทยในจีน ยังพัฒนาได้อีกไกล เพราะยังมีคนจีนน้อยมากที่รู้จักอาหารไทยในแบบต้นตำหรับ

ข้อผิดพลาดที่ ง่วนสูน เคยเจอสำหรับตลาดต่างประเทศ คือการหาพาร์ทเนอร์ในต่างประเทศที่ไม่ลงตัว และยังไม่มีความแข็งแรงพอในธุรกิจ ซึ่งทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ

ง่วนสูนกล่าวว่า หัวใจในการทำธุรกิจเครื่องปรุงและเครื่องเทศก็คือ การรู้จักสินค้าแต่ละชนิดและเข้าใจในรายละเอียด ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ส่งต่อมารุ่นต่อรุ่น...ถือเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็น แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สำเร็จ


เรียนรู้จากผู้บุกเบิก
1.  หากสินค้ามีศักยภาพ และมีตลาดที่ใหญ่กว่าแค่ในไทย ให้ตั้งเป้าหมายตั้งแต่เนิ่นๆว่าจะพัฒนาสินค้าเพื่อส่งออก
2.  การส่งออกไม่ใช่แค่เรื่องการตลาดและการขาย แต่เริ่มจากการพัฒนาสินค้าและมาตรฐานและกระบวนการผลิต
3.  การหาพาร์ทเนอร์ในต่างประเทศ เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมาก เพราะเป็นตัวแปรหลักอันหนึ่งซึ่งทำให้ธุรกิจสำเร็จหรือล้มเหลว
4.  ธุรกิจอาหารไทย ในต่างประเทศ ยังสามารถพัฒนาได้อีกหลายมิติ นอกจากอาหาร เครื่องปรุง ส่วนผสมวัตถุดิบแล้ว ความรู้ ความเข้าใจ ก็สามารถแปลงมาเป็นธุรกิจได้